รายละเอียดบทความ

เลือกซื้อเสื้อผ้าออนไลน์อย่างไรให้ได้สินค้าดี โดย www.madoosika.com
สวัสดีค่ะ ลูกค้าของร้าน madoosika และ ผู้ท่านทุกท่าน 

วันนี้ทางร้านจะมีคำแนะ และเคล็ดลับดี ๆ ให้กับทุกท่านในการช้อปปิ้งออนไลน์ให้ได้สินค้า และมีความสุขกับการเลือกซื้อสินค้าออนไลน์

การซื้อขายสินค้าทางอินเตอร์เน็ตไม่ใช่สิ่งใหม่อีกต่อไป  แต่นับวันจะได้รับความนิยมมากขึ้นทุกที ปัจจุบันมีร้านค้าทั้งเก่าและใหม่ที่ยังเปิดขายกันอยู่อย่างมากมาย สินค้าก็มีหลากหลายมากขึ้นให้เลือกซื้อ ทั้งเวบในประเทศและต่างประเทศ 

แต่สิ่งนึงที่ผู้ซื้อควรจะพิจารณา และการเตรียมตัวสำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์จะต้องมีมากกว่าการเดินช้อปปิ้งด้วยตัวเองจากร้านค้า

ในฐานะที่เป็นแม่ค้าออนไลน์มาจะครบรอบ 3 ปี ทางร้านมีข้อบอกกล่าว และแนะนำคร่าว ๆ ให้กับลูกค้าและผู้อ่านทุกท่าน ได้เอาไว้พิจารณา

เนื่องจากสินค้าออนไลน์ลูกค้าสามารถสัมผัสได้แค่เพียงสายตาและการอ่านจากคำอธิบายที่ร้านค้าแต่ละร้านเขียนบอกไว้ให้เท่านั้น เพราะฉะนั้นตัวลูกค้าเองจะต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองและอื่น ๆ ไว้ด้วยเช่นกัน ดังนี้ 

1. สัดส่วนของผู้ซื้อ กับไซส์ ของสินค้า 
 สำหรับคนที่รักการช้อปปิ้งออนไลน์​จำเป็นอย่างยิ่งที่ลูกค้าจะต้องมีสายวัดติดบ้านไว้ อย่างน้อย ๆ ลูกค้าจะต้องรู้ไซส์ ตัวเอง หลัก ดังนี้ 

 * รอบอก : ลูกค้่าส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเข้าใจระหว่างรอบอก กับไซส์เสื้อใน (อันนี้ไม่เหมือนกันนะคะ)  ไซส์เสื้อในใช้สำหรับการเลือกซื้อชุดชั้นใน ส่วนรอบอก (คือการวัดรอบตัว วัดตรงจุดที่แหลมสุดของหน้าอกนะคะ)  ก็จะได้ไซส์เสื้อที่เราต้องการจะสั่งซื้อ (เช่นวัดได้ 35 นิ้ว เป็นต้น) 
 เวลาลูกค้าสั่งซื้อแล้วบอกไซส์เสื้อใน เช่น  B72, C80 อันนี้แม่ค้าแนะนำไม่ถูกนะคะ 
 * สมมุติว่าไซส์เสื้อของทางร้าน Madoosika  ทางร้านจะเขียนว่า (รอบอก : 32 - 38) ด้านหลังสม๊อก หรือ ยางยึด
หมายความว่า ลูกค้าที่รอบอกจริง ตั้งแต่ 32 - 38 นิ้ว สามารถใส่เสื้อตัวนี้ได้  ถ้าเกินจากนี้จะไม่แนะนำ เพราะถึงแม้ว่า ด้านหลังจะเป็นสม๊อกและส่วนใหญ่เราจะเผื่อไซส์ไว้แล้ว 2 นิ้ว แต่เราก็ต้องการให้เมื่อลูกค้าใส่ชุดแล้ว ได้มีรอยย่น เผื่อความสวยงามด้วย

* เอว สะโพก  : สินค้าส่วนใหญ่ของที่ร้านจะไม่มีปัญหาเรื่องเอว (ในกรณีที่เป็นแม็กซี่เดรส ชุดเดรสสั้น หรือว่าเสื้อทั่วไป)  เพราะว่าชุดส่วนใหญ่เราจะเน้นแนวต่อใต้อก และปล่อยลงมาเลย ไม่มีผลทั้งกับสะโพกและเอว

* ความยาว : จำเป็นมาก ๆ ที่ลูกค้าจะต้องรู้ว่าตัวเองใส่เสื้อผ้าที่ความยาวเท่าไหร่ 
 ตามกระทู้ หรือ เวบบอร์ดต่าง  ๆ จะเห็นว่ามีสาว ๆมาบ่นเรื่องความยาว ชุดกันเยอะมาก ว่าซื้อแล้วใส่ไม่ได้ สั้นเกินไป ยาวเกินไป  จริง ๆ อันนี้ ไม่ได้เป็นความผิดพลาดของชุดนะคะ  ถ้าเกิดว่า ทางร้านนั้น ๆ ได้แจ้งไว้ให้เรียบร้อยแล้ว 

 การรู้ไซส์ความยาวของตัวเอง จะทำให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อชุดได้โดยไม่ผิดหวัง วิธีการวัดก็คือ วัดจากไหล่ ถึงชายกระโปรง  หรือ วัดจาก อก (ส่วนใต้รักแร้) สำหรับชุดเกาะอก ถึงชายกระโปรง

อย่างสมมุติว่าสินค้าของทางร้าน madoosika  ปกติเราจะทำชุดยาว  มาตรฐานของร้านเราคือ  ความสูง 170 จะใส่ได้พอดี ไม่ว่าจะเป็นชุดยาวหรือชุดสั้น
ชุดยาวเราจะทำที่ 58 นิ้ว  ถ้าลูกค้าสูงไม่ถึง 160 ต้องความยาวไม่เกิน 53 นะคะ  

ลูกค้าจะถามเสมอว่า ชุดไปตัดชาย เสียทรงมั๊ย ..​อันนี้บอกเลยว่าไม่ค่ะ  ที่ทำไว้ยาวก็เผื่อไว้สำหรับคนตัวสูง ถ้าเราตัวเล็ก เราก็ตัดชายได้สบาย ๆ 

ถ้าเรารู้ไซส์เราแบบนี้แล้ว เราก็ไม่มีปัญหาในการที่จะได้ชุดสั้นไป เล็กไป ใหญ่ไป ถ้าไม่ได้ไซส์เรา เราก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ ..​จริงมั๊ยค่ะ?

2. รูปภาพ และสีของ สินค้า 
 ส่วนใหญ่ลูกค้าจะถามว่า สีของสินค้าเหมือนในรูปเลยใช่มั๊ยค่ะ ..  
 ทางร้านขอแจ้งเลย สินค้าของร้านเรา ถ่ายจากสินค้าจริงทุกตัว สินค้าของเรา 80% ผลิตเอง  
 ย้ำเลยนะคะว่า  เรื่องสีของสินค้า กับสินค้าออนไลน์ ของจริง กับในรูปไม่มีทางเลยที่จะเหมือนกัน 100% เพราะว่า ในการถ่ายรูปไม่ว่าจะเป็นร้านเราเอง หรือ  ร้านอื่น ๆ เรื่องแสงจากสตูดิโด หรือ แสงธรรมชาติ เวลาถ่ายออกมาจะไม่เหมือนกัน อาจจะมีสว่างกว่าน้อยหรือหม่นไปนิด 
 เพราะฉะนั้นถ้าได้รับสินค้าสีเหมือนในจอคอมพิวเตอร์ หรือ มือถือ สัก 90% ก็ถือว่า สินค้าไม่ผิดเพี้ยนแล้ว  
 (แม่ค้าใช้คอม 3 ยี่ห้อ เปิดรูปภาพเดียวกัน สียังไม่เหมือนกันเลยสักเครื่อง) 

* ส่วนเรื่องสินค้ากับรูปที่นางแบบใส่ ที่ออกมาไม่เหมือนกันเลย  อันนั้น ก็เป็นอีกกรณีนึงนะคะ  ลูกค้าต้องดูว่าร้านค้านั้น ๆ เขาถ่ายจากสินค้าจริง หรือว่าเอารูปภาพสินค้ามากจากเวบอื่น ท่ี่อื่น  ถ้าจะให้ดี ขอแม่ค้าถ่ายรูปสินค้าจริงให้ดูดีกว่าก่อนการตัดสินใจซื้อ

3. เนื้อผ้า 
 มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ซื้อควรจะมีความรู้ในเรื่องเนื้อผ้า หรือชื่อเรียกของผ้าแต่ละชนิดไว้บ้าง  อย่างเช่น (ยกตัวอย่างเนื้อผ้าของที่ร้าน)
 * ผ้าค๊อตตอนญี่ปุ่น
 * ผ้าป่านมัสลิน
 * ผ้าป่านอินเดีย 
 * ผ้าลินิน

ทั้งหมดนั้นก็คือ เนื้อผ้าค๊อตตอน เส้นใยธรรมชาติ แต่ชื่อเรียกต่างกันไปตามชนิดของเส้นใยผ้าและการทอ  
ข้อจำกัดอย่างนึงของผ้าเส้นใยธรรมชาติคือ ผ้าแต่ละชิ้นอาจจะมีรอยตำหนิได้บ้าง เพราะว่า ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติจริง ๆ 

ยกตัวอย่างเช่น ผ้าป่านอินเดีย ส่วนใหญ่ผ้าตัวนี้จะพิมพ์ลายต่าง ๆ เช่น ลายดอกไม้ ลายทาง ลายกราฟฟิค  ผ้าตัวนี้จะบางนิดนึงนะคะ แต่ว่าใส่สบายมาก ๆ 
เราเรียกผ้าป่านอินเดีย เพราะว่า ผ้าตัวนี้ นำเข้าจากอินเดียและผลิตจากป่าน  ข้อจำกัดอย่างนึงของผ้าจากอินเดียถือ ระบบการทอผ้าของเขายังไม่ทันสมัยเท่าผ้าค๊อตตอนจากญี่ปุ่น บางครั้งอาจจะมีรอยตำหนิเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้เช่น สีในการพิมพ์ลาย อาจจะไม่สมำ่เสมอกันกัน 100%  แต่ก็ไม่ได้ถือว่าน่าเกลียดจนเกินจะรับได้ เพราะว่าถ้าแย่ขนาดนั้นทางร้านจะไม่ตัดเย็บขึ้นมา 

เพราะฉะนั้นอยากจะแจ้งลูกค้าว่า ถ้าได้รับสินค้าผ้าป่านอินเดีย และลายดอก อาจจะไม่เป๊ะ 100% เหมือนการพิมพ์รูปจากเครื่องพิมพ์ชั้นดี ก็ไม่ต้องกังวล 

* ผ้าสเปนเด็กซ์ 
 เป็นเนื้อผ้าเส้นใยสังเคราะห์ ที่มีน้ำหนัก ทิ้งตัว หรือ อาจจะสามารถแนบลำตัวเน้นส่วนเกินที่ไม่พึงประสงค์ได้   พูดตรง ๆ ถ้าลูกค้าที่ต้องการหลีกเลี่ยงการเห็นส่วนเกิน ทางร้านจะไม่แนะนำผ้าสเปนเด็กซ์เลย  แต่สำหรับบางรุ่นที่ชุดกว้างมาก ๆ คือ ถ้าสมมุติว่าสะโพก 40 แต่ไซส์ของชุด สะโพก 50  อันนี้ใส่ได้ไม่มีปัญหา

* ผ้าซีฟอง
 ซีฟองเนื้อผ้าผลิจากเส้นใยสังเคราะห์ เนื้อผ้าจะบาง ซีทรู และจะค่อนข้างบอบบาง ดูแลต้องถนอมหน่อย เพราะว่า ผ้าทีผ้าจะแยกง่าย แต่ข้อดีคือชุดจะพลิ้วไหว สวย ใส่แล้วให้ความรู้สึกเป็นผู้หญิงหวาน ๆ แต่ต้องเลือกลาย และเนื้อผ้าดี ๆ นะคะ  ไม่งั้นซีฟองจะกลายเป็นชุดที่ดูแล้วเป็นสินค้าตลาดนัดได้ (ไม่ได้ต้องการจะแบ่งแยกนะคะ แต่เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน)  ผ้าซีฟองให้เลือกที่เป็น ผ้าไหมซีฟอง จะสวยมาก  แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีร้านไหนทำ เพราะว่าผ้าจะแพง

เห็นมั๊ยค่ะว่า ถ้าเรามีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับข้อมูลข้างต้นไว้บ้าง เราก็จะสามารถช้อปปิ้งได้อย่างมีความสุข  สามารถเลือกสินค้าดี ๆ ได้ 

ต่อไปก็เป็นเรื่องการสั่งสินค้านะคะ 

ถ้าเป็นไปได้นะคะ  กรุณาเผื่อเวลาในการใช้สินค้าไว้ด้วยนะคะ  บ่อยครั้งที่เจอลูกค้าต้องการใช้สินค้าด่วน เช่นวันนี้ต้องการใช้พรุ่งนี้  อันนี้จะเครียดกันทั้งคนซื้อและคนขายนะคะ  ต้องดูว่าแต่ละร้านเขามี กฏ กติกา หรือว่า ช่วงเวลาในการจัดส่งไว้อย่างไรบ้าง

ถ้าเราเผื่อเวลาไว้บ้างสักวัน สำหรับกรณีดังนี้ 
* ระยะเวลาในการเดินทางของสินค้า  ส่วนใหญ่ร้านค้าจะจัดกันทางไปรษณีย์ ซัึ่งแน่นอนว่าขั้นต่ำ คือ 2 วัน เช่นส่งเช้าวันนี้ ก็ต้องได้รับพรุ่ง แต่ที่ต้องเผื่อไว้ก็คือความผิดพลาดในการเดินทางของสินค้า บางครั้งอาจจะมีปัญหาฝนตก รถติด น้ำท่วม ต่าง ๆ นานา 
* เผื่อเวลาไว้สำหรับลูกค้าได้ลองชุด ได้แก้ไข เช่น เย็บชาย เก็บเอว หรือ แม้แต่ สำหรับไปหา เครื่องประดับ ให้เข้าชุดกัน หรือ แม้แต่ซักรีด (จำเป็นนะคะ เสื้อผ้าใหม่ต้องซักก่อนทุกครั้ง เพราะว่า กว่าจะผ่านกระบวณการไปถึงมือผู้สวมใส่ มาไกล มาหลายที่ ผ่านคลุกฝุ่น ผ่านมือมาเยอะ ไม่สะอาดนะคะ ต่อให้เป็นยี่ห้อดังก็เหอะ)   
ข้อสำคัญอีกอย่างคือ เรื่องการซักรีด  ปกติทั่ว ๆไป เราจะไม่ค่อยได้ดู วิธีการดูแลรักษาเสื้อผ้า หรือว่า ป้าย care instruction กันเท่าไหร่ และส่วนใหญ่เสื้อผ้าทั่วไปจะไม่ได้ติดไว้ ไม่เหมือนเสื้อผ้าเมืองนอก ที่จำเป็นเลยว่าต้องติดทุกชิ้น

สินค้าซื้อมาใหม่ ให้คิดเผื่อว่าสีจะตกไว้ก่อนเลย จะได้ไม่ต้องเสียใจ ซื้อมาไม่ทันได้ใส่สีตกใส่กันหมดแล้ว อะไรแบบนี้  เพราะฉะนั้นแยกซักไว้ก่อน 

**  สำคัญด้วยนะคะ  อย่าลืมเช็ค ความเรียบร้อยของสินค้าที่ได้รับก่อนนะคะ ว่ามีตำหนิอะไรบ้างหรือไม่  ร้านค้าส่วนใหญ่ จะให้เปลี่ยน คืนได้ถ้าสินค้ามีตำหนิ หรือ ผิดพลาด จากทางร้านค้า 

ส่วนใหญ่จะไม่รับเปลี่ยน หรือ คืน ถ้าผ่านการ สวมใส่ หรือ ซักรีดมาแล้ว 

ในกรณี ของการเปลี่ยนคืน ถ้าทางร้าน ให้ส่งคืน  ก็ส่งให้เขาด้วยนะคะ  (ทางร้านเรา แบลคลิสต์ ลูกค้าไว้หลายราย แล้ว เพราะว่า เบี้ยวไม่ส่งคืนสินค้า.. อันนี้คือ ได้รับสินค้าตัวเปลี่ยนแล้วนะคะ) 

สิ่งเหล่านี้ เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยนะคะ ในการเลือกซื้อเสื้อผ้าออนไลน์ 

อย่าลืมเช็คประวัติร้านค้ากันด้วยนะคะ ว่าร้านน่าเชื่อถือหรือไม่เพียงไร 

ซื่อสัตย์ จริงใจ ต่อกันทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย จะทำให้การช้อปปิ้งออนไลน์ หรือ ธุรกิจ ออนไลน์เจริญก้าวหน้า กันต่อ ไป 


เขียนโดย : เยาวลักษณ์ นุ้ยจันทร์  www.madoosika.com  (copyright All right reserved by www.madoosika.com)

ต้องการคัดลอกบทความ กรุณาให้เครดิตร้านค้า ด้วยนะคะ 

:: เลือกชมสินค้าของทางร้าน  www.madoosika.com :::
Like Madoosika on Facebook เพื่อรับการอัพเดทสินค้าก่อนใคร 
http://www.facebook.com/pages/Madoosika/170422606302878
 




ผู้ลงบทความ : Madoosika Shop byPum